← สารบัญครูผู้ช่วย 1.0ครูผู้ช่วย 1.0 · ภาค ก.
การเป็นข้าราชการที่ดี · พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

หมวด 2

อ่านประมาณ 11 นาที8 หัวข้อ

  1. 01ส่วนที่ 1 เจ้าหน้าที่
  2. 02ส่วนที่ 2 คู่กรณี
  3. 03ส่วนที่ 3 การพิจารณา
  4. 04ส่วนที่ 4 รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง
  5. 05ส่วนที่ 5 การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
  6. 06ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง
  7. 07ส่วนที่ 7 การขอให้พิจารณาใหม่
  8. 08แทรกสำคัญ: หมวด 2/1 การบังคับทางปกครอง
หมวด 2 คือหัวใจของทั้งฉบับ และเป็นหมวดที่ออกสอบบ่อยที่สุด
ถ้าคุณแยกได้ว่า ใครมีอำนาจ, ใครเป็นคู่กรณี, ต้องรับฟังเมื่อไร, อุทธรณ์อย่างไร และ เพิกถอนหรือบังคับได้แบบไหน คุณจะเก็บคะแนน Part 3 ได้เกินครึ่งแล้ว

สรุป 30 วินาที

หมวด 2 ให้จำเป็นเส้นทางเดียวว่า เจ้าหน้าที่ → คู่กรณี → พิจารณา → ออกคำสั่ง → อุทธรณ์ → เพิกถอน/พิจารณาใหม่ → บังคับทางปกครอง

ผังจำเร็วของหมวด 2

Process Graphic
เจ้าหน้าที่
คู่กรณี
พิจารณา
ออกคำสั่ง
อุทธรณ์
เพิกถอน / ขอใหม่
บังคับ

ส่วนที่ 1 เจ้าหน้าที่

กฎแรก: คำสั่งทางปกครองต้องออกโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในเรื่องนั้น
จากนั้นต้องเช็กต่อทันทีว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ เพราะถ้ามี การพิจารณาอาจเสียความเป็นกลาง

6 เหตุห้ามของเจ้าหน้าที่

ห้าม 1
เป็นคู่กรณีเอง
ถ้าเป็นคนได้เสียโดยตรง ย่อมพิจารณาไม่ได้
ห้าม 2
เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรส
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นเหตุให้ขาดความเป็นกลาง
ห้าม 3
เป็นญาติใกล้ชิด
บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้อง ลูกพี่ลูกน้องภายใน 3 ชั้น และญาติโดยแต่งงานภายใน 2 ชั้น
ห้าม 4
เคยเป็นผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี
รวมผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์ และตัวแทน
ห้าม 5
เป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้าง
ถ้ามีความผูกพันทางผลประโยชน์ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ห้าม 6
กรณีอื่นตามกฎกระทรวง
กฎหมายเปิดช่องไว้สำหรับเหตุที่กระทบความเป็นกลางในลักษณะใกล้เคียงกัน
ถ้ามีเหตุคัดค้านต้องทำอย่างไร
เจ้าหน้าที่ต้อง หยุดพิจารณาไว้ก่อน แล้วแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งให้สั่งการต่อไป ส่วนกรณีเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ให้ประชุมพิจารณาเหตุคัดค้านและใช้ มติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้าน โดยลงคะแนนลับ
ข้อยกเว้นสำคัญ: ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน ปล่อยช้าแล้วจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิบุคคลอย่างแก้ไม่ได้ หรือไม่มีเจ้าหน้าที่อื่นทำแทนได้ กฎหมายยอมให้เดินหน้าต่อได้

ตัวอย่างที่ไฟล์ติวย้ำว่า “เป็น” และ “ไม่เป็น” คำสั่งทางปกครอง

มักเป็นคำสั่งทางปกครอง มักไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง
  • ประกาศผลสอบหรือประกาศขึ้นบัญชี
  • คำสั่งบรรจุแต่งตั้งครูผู้ช่วยหรือข้าราชการ
  • การอนุมัติให้เดินทางไปราชการและฝึกอบรม
  • การออก เพิกถอน พักใช้ใบอนุญาต
  • คำสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน
  • ประกาศรับสมัครสอบ
  • คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือสืบสวนข้อเท็จจริง
  • คำสั่งให้ข้าราชการไปช่วยราชการ
  • หนังสือขอความร่วมมือให้ใส่ชุดผ้าไทย
  • การย้ายที่ตั้งของส่วนราชการ

ส่วนที่ 2 คู่กรณี

ใครเป็นคู่กรณีได้
บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ที่สิทธิถูกกระทบหรืออาจถูกกระทบโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใครมีความสามารถกระทำการ
โดยหลักต้องบรรลุนิติภาวะ แต่กฎหมายเฉพาะหรือประกาศของรัฐอาจให้ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะทำได้ในบางเรื่อง

สิทธิสำคัญของคู่กรณี

สิทธิ 1
พาทนายหรือที่ปรึกษาเข้าได้
ถ้าต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ คู่กรณีมีสิทธินำทนายหรือที่ปรึกษามาได้
สิทธิ 2
แต่งตั้งตัวแทนได้
แต่งตั้งบุคคลบรรลุนิติภาวะให้กระทำการแทนตนได้ เว้นเรื่องที่กฎหมายต้องให้ทำด้วยตนเอง
สิทธิ 3
มีตัวแทนร่วมได้
ถ้ามีผู้ยื่นเกิน 50 คนในเรื่องเดียวกัน สามารถระบุตัวแทนร่วม หรือให้เจ้าหน้าที่แต่งตั้งจากเสียงข้างมากได้

ส่วนที่ 3 การพิจารณา

หมวดนี้ถามบ่อยในมุม “เจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรให้คู่กรณีบ้าง”
แกนสำคัญมี 4 อย่างคือ ภาษาเอกสาร, การแจ้งสิทธิ, การตรวจคำขอ และการเปิดโอกาสให้โต้แย้ง
เรื่อง กติกาที่ต้องจำ
ภาษาเอกสารเอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ต้องเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นไทยและรับรองความถูกต้อง
แจ้งสิทธิและหน้าที่เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งสิทธิและหน้าที่ของคู่กรณีตามความจำเป็นแก่กรณี
เอกสารไม่ครบถ้าคำขอหรือเอกสารไม่ครบ ต้องแจ้งผู้ยื่นทันทีหรือภายใน 7 วัน พร้อมลงลายมือชื่อและระบุรายการที่ขาดให้ชัด
แสวงหาข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามสมควร ขอเอกสาร เรียกพยาน หรือออกไปตรวจสถานที่ได้
สิทธิในการโต้แย้งถ้าคำสั่งอาจกระทบสิทธิของคู่กรณี ต้องเปิดโอกาสให้ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งพร้อมแสดงพยานหลักฐาน

กรณีที่ไม่จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้โต้แย้งก่อน

เร่งด่วนมาก
ถ้าปล่อยช้าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบุคคลหรือประโยชน์สาธารณะ
จะทำให้เกินกำหนดตามกฎหมาย
หากต้องฟังความเพิ่มแล้วจะทำให้ล่าช้าจนเกินเวลาที่กฎหมายหรือกฎกำหนด
เป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีให้ไว้เอง
ไม่ต้องเปิดซ้ำในเรื่องที่อีกฝ่ายยืนยันมาแล้ว
โดยสภาพทำไม่ได้
เช่น สถานการณ์ที่ไม่อาจให้โอกาสก่อนออกคำสั่งได้จริง
เป็นมาตรการบังคับทางปกครอง
กฎหมายยกเว้นไว้โดยตรง
กรณีอื่นตามกฎกระทรวง
เป็นช่องเปิดให้กฎหมายลำดับรองกำหนดเพิ่มเติม
สิทธิตรวจดูเอกสาร
คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจเอกสารที่จำเป็นเพื่อโต้แย้งหรือป้องกันสิทธิของตนได้ แต่ยังไม่มีสิทธิดู ต้นร่างคำวินิจฉัย และถ้าเอกสารใดเป็นความลับ เจ้าหน้าที่อาจไม่อนุญาตให้ดูได้

ส่วนที่ 4 รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง

ตารางรูปแบบของคำสั่ง

รูปแบบ สิ่งที่ต้องจำ ตัวเลขสำคัญ
หนังสือ ต้องมีวัน เดือน ปี ชื่อ ตำแหน่ง และลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง ต้องใส่เหตุผลเป็นหลัก
วาจา ทำได้ แต่ถ้าผู้รับร้องขอโดยมีเหตุสมควร เจ้าหน้าที่ต้องยืนยันเป็นหนังสือ ขอภายใน 7 วัน
สื่อความหมายรูปแบบอื่น ทำได้เช่นกัน ถ้าความหมายชัดพอให้เข้าใจได้ มีผลเมื่อได้รับแจ้ง
เหตุผลของคำสั่ง
โดยหลักต้องมีข้อเท็จจริงสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้าง และข้อพิจารณาหรือเหตุผลในการใช้ดุลพินิจ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น ผลตรงตามคำขอ หรือเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว
ผลของคำสั่ง
คำสั่งมีผลยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง และมีผลต่อไปจนกว่าจะถูกเพิกถอนหรือสิ้นผลลงด้วยเงื่อนเวลา หรือเหตุอื่น
จุดละเอียดที่ข้อสอบชอบหลอก
เจ้าหน้าที่ กำหนดเงื่อนไข ในคำสั่งได้เท่าที่จำเป็น และ ข้อบกพร่องบางอย่างแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังได้ หากทำให้ครบก่อนสิ้นสุดกระบวนการอุทธรณ์ ส่วนข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็แก้ไขได้เสมอ

ส่วนที่ 5 การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง

Memory Timeline
15 วัน → 30 วัน → ขยายได้อีก 30 วัน
นี่คือตัวเลขทองของส่วนอุทธรณ์ ถ้าจำสามตัวนี้ได้ โอกาสตอบถูกจะสูงมาก
ขั้น กติกา
ยื่นอุทธรณ์ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง หากคำสั่งนั้นไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้
รูปแบบอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ ระบุข้อโต้แย้ง พร้อมข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง
ผลของการอุทธรณ์โดยหลัก ไม่ทุเลาการบังคับ เว้นแต่มีคำสั่งให้ทุเลา
ชั้นเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งต้องพิจารณาและแจ้งผลโดยไม่ชักช้า แต่ไม่เกิน 30 วัน
ชั้นผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งไม่เห็นด้วย ต้องส่งความเห็นพร้อมเหตุผลไปให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งต้องวินิจฉัยภายใน 30 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน

ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง

ตารางเปรียบเทียบกติกาการเพิกถอน

กรณี หลักที่ต้องจำ
คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วน จะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นคำสั่งให้ประโยชน์ ต้องคำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับประโยชน์
คำสั่งให้ประโยชน์ ถ้าจะเพิกถอน ต้องทำภายใน 90 วัน นับแต่รู้เหตุ เว้นแต่ได้คำสั่งมาโดยเท็จ ปกปิดจริง ข่มขู่ หรือให้ประโยชน์ที่ไม่ชอบ
สิทธิค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนอาจขอค่าทดแทนได้ ถ้ายื่นคำขอภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการเพิกถอน
คำสั่งชอบด้วยกฎหมายแต่จะเพิกถอน เพิกถอนได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ มีการผิดเงื่อนไข ข้อเท็จจริงหรือกฎหมายเปลี่ยน หรือจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ

ส่วนที่ 7 การขอให้พิจารณาใหม่

คำถามสำคัญ: เมื่อคำสั่งพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้ว ยังกลับมาได้อีกไหม
คำตอบคือได้ แต่ต้องมีเหตุเฉพาะที่กฎหมายยอมรับ
1
มีพยานหลักฐานใหม่
และหลักฐานนั้นอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนในสาระสำคัญ
2
คู่กรณีแท้จริงไม่ได้เข้ามา
หรือถูกตัดโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นธรรม
3
เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจ
เป็นเหตุร้ายแรงที่ย้อนกลับมาเปิดเรื่องใหม่ได้
4
ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเปลี่ยน
และการเปลี่ยนนั้นเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี
กำหนดยื่นคำขอ: ต้องยื่นภายใน 90 วัน นับแต่รู้เหตุที่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้

แทรกสำคัญ: หมวด 2/1 การบังคับทางปกครอง

หมวด 2/1 คือของใหม่ที่ต้องรู้ในกติกาปัจจุบัน
ให้จำว่าเป็นเรื่องของ การบังคับเมื่อผู้อยู่ในบังคับไม่ทำตามคำสั่ง โดยแบ่งเป็นกรณี ชำระเงิน กับ กระทำ/ละเว้นกระทำ

ตารางบังคับทางปกครองแบบจำเร็ว

เรื่อง กติกาที่ต้องจำ ตัวเลข
ใช้กับหน่วยงานรัฐด้วยกันหรือไม่ โดยหลักไม่ใช้ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น -
ผู้ถูกบังคับตายแล้ว ยังบังคับต่อได้ไปยังทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก -
คำสั่งให้ชำระเงิน ต้องมีหนังสือเตือนก่อนให้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 7 วัน
ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หน่วยงานต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะยึดเพิ่มไม่ได้ ภายใน 10 ปี
คำสั่งให้กระทำหรือละเว้นกระทำ บังคับได้ 2 วิธี คือ เจ้าหน้าที่ทำแทนแล้วเรียกค่าใช้จ่ายกับเงินเพิ่มรายวัน หรือปรับบังคับการ 25% ต่อปี หรือ ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน
ภาพจำแบบที่ชุดติวมักสรุป
ไม่ใช้กับหน่วยงานรัฐด้วยกัน + บังคับได้แม้ผู้ถูกบังคับตาย + เตือนอย่างน้อย 7 วัน + ยึด/อายัดภายใน 10 ปี + 50,000 บาทต่อวัน หรือ 25% ต่อปี
คีย์เวิร์ดของหมวด 2: อำนาจของเจ้าหน้าที่, สิทธิของคู่กรณี, 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน, 90 วัน, 180 วัน, 10 ปี, 50,000 บาท, 25%
Lesson complete

จบบทเรียนนี้แล้ว

หมวด 2

ยังไม่มั่นใจหัวข้อไหน ย้อนอ่านได้จากสารบัญ หรือเข้าเรียนในห้องเรียนเพื่อบันทึกความคืบหน้าของคุณ