หมวด 2 คือหัวใจของทั้งฉบับ และเป็นหมวดที่ออกสอบบ่อยที่สุด
ถ้าคุณแยกได้ว่า ใครมีอำนาจ, ใครเป็นคู่กรณี, ต้องรับฟังเมื่อไร, อุทธรณ์อย่างไร และ เพิกถอนหรือบังคับได้แบบไหน คุณจะเก็บคะแนน Part 3 ได้เกินครึ่งแล้ว
สรุป 30 วินาที
หมวด 2 ให้จำเป็นเส้นทางเดียวว่า เจ้าหน้าที่ → คู่กรณี → พิจารณา → ออกคำสั่ง → อุทธรณ์ → เพิกถอน/พิจารณาใหม่ → บังคับทางปกครอง
ผังจำเร็วของหมวด 2
Process Graphic
เจ้าหน้าที่
คู่กรณี
พิจารณา
ออกคำสั่ง
อุทธรณ์
เพิกถอน / ขอใหม่
บังคับ
ส่วนที่ 1 เจ้าหน้าที่
กฎแรก: คำสั่งทางปกครองต้องออกโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในเรื่องนั้น
จากนั้นต้องเช็กต่อทันทีว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่ เพราะถ้ามี การพิจารณาอาจเสียความเป็นกลาง
6 เหตุห้ามของเจ้าหน้าที่
ห้าม 1
เป็นคู่กรณีเอง
ถ้าเป็นคนได้เสียโดยตรง ย่อมพิจารณาไม่ได้
ห้าม 2
เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรส
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นเหตุให้ขาดความเป็นกลาง
ห้าม 3
เป็นญาติใกล้ชิด
บุพการี ผู้สืบสันดาน พี่น้อง ลูกพี่ลูกน้องภายใน 3 ชั้น และญาติโดยแต่งงานภายใน 2 ชั้น
ห้าม 4
เคยเป็นผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี
รวมผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้พิทักษ์ และตัวแทน
ห้าม 5
เป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้าง
ถ้ามีความผูกพันทางผลประโยชน์ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ห้าม 6
กรณีอื่นตามกฎกระทรวง
กฎหมายเปิดช่องไว้สำหรับเหตุที่กระทบความเป็นกลางในลักษณะใกล้เคียงกัน
ถ้ามีเหตุคัดค้านต้องทำอย่างไร
เจ้าหน้าที่ต้อง หยุดพิจารณาไว้ก่อน แล้วแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งให้สั่งการต่อไป ส่วนกรณีเป็นกรรมการในคณะกรรมการ ให้ประชุมพิจารณาเหตุคัดค้านและใช้ มติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้าน โดยลงคะแนนลับ
ข้อยกเว้นสำคัญ: ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน ปล่อยช้าแล้วจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิบุคคลอย่างแก้ไม่ได้ หรือไม่มีเจ้าหน้าที่อื่นทำแทนได้ กฎหมายยอมให้เดินหน้าต่อได้
ตัวอย่างที่ไฟล์ติวย้ำว่า “เป็น” และ “ไม่เป็น” คำสั่งทางปกครอง
| มักเป็นคำสั่งทางปกครอง | มักไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง |
|---|---|
|
|
ส่วนที่ 2 คู่กรณี
ใครเป็นคู่กรณีได้
บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ที่สิทธิถูกกระทบหรืออาจถูกกระทบโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใครมีความสามารถกระทำการ
โดยหลักต้องบรรลุนิติภาวะ แต่กฎหมายเฉพาะหรือประกาศของรัฐอาจให้ผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะทำได้ในบางเรื่อง
สิทธิสำคัญของคู่กรณี
สิทธิ 1
พาทนายหรือที่ปรึกษาเข้าได้
ถ้าต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ คู่กรณีมีสิทธินำทนายหรือที่ปรึกษามาได้
สิทธิ 2
แต่งตั้งตัวแทนได้
แต่งตั้งบุคคลบรรลุนิติภาวะให้กระทำการแทนตนได้ เว้นเรื่องที่กฎหมายต้องให้ทำด้วยตนเอง
สิทธิ 3
มีตัวแทนร่วมได้
ถ้ามีผู้ยื่นเกิน 50 คนในเรื่องเดียวกัน สามารถระบุตัวแทนร่วม หรือให้เจ้าหน้าที่แต่งตั้งจากเสียงข้างมากได้
ส่วนที่ 3 การพิจารณา
หมวดนี้ถามบ่อยในมุม “เจ้าหน้าที่ต้องทำอะไรให้คู่กรณีบ้าง”
แกนสำคัญมี 4 อย่างคือ ภาษาเอกสาร, การแจ้งสิทธิ, การตรวจคำขอ และการเปิดโอกาสให้โต้แย้ง
| เรื่อง | กติกาที่ต้องจำ |
|---|---|
| ภาษาเอกสาร | เอกสารที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ต้องเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นไทยและรับรองความถูกต้อง |
| แจ้งสิทธิและหน้าที่ | เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งสิทธิและหน้าที่ของคู่กรณีตามความจำเป็นแก่กรณี |
| เอกสารไม่ครบ | ถ้าคำขอหรือเอกสารไม่ครบ ต้องแจ้งผู้ยื่นทันทีหรือภายใน 7 วัน พร้อมลงลายมือชื่อและระบุรายการที่ขาดให้ชัด |
| แสวงหาข้อเท็จจริง | เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตามสมควร ขอเอกสาร เรียกพยาน หรือออกไปตรวจสถานที่ได้ |
| สิทธิในการโต้แย้ง | ถ้าคำสั่งอาจกระทบสิทธิของคู่กรณี ต้องเปิดโอกาสให้ทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งพร้อมแสดงพยานหลักฐาน |
กรณีที่ไม่จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้โต้แย้งก่อน
เร่งด่วนมาก
ถ้าปล่อยช้าจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบุคคลหรือประโยชน์สาธารณะ
จะทำให้เกินกำหนดตามกฎหมาย
หากต้องฟังความเพิ่มแล้วจะทำให้ล่าช้าจนเกินเวลาที่กฎหมายหรือกฎกำหนด
เป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีให้ไว้เอง
ไม่ต้องเปิดซ้ำในเรื่องที่อีกฝ่ายยืนยันมาแล้ว
โดยสภาพทำไม่ได้
เช่น สถานการณ์ที่ไม่อาจให้โอกาสก่อนออกคำสั่งได้จริง
เป็นมาตรการบังคับทางปกครอง
กฎหมายยกเว้นไว้โดยตรง
กรณีอื่นตามกฎกระทรวง
เป็นช่องเปิดให้กฎหมายลำดับรองกำหนดเพิ่มเติม
สิทธิตรวจดูเอกสาร
คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจเอกสารที่จำเป็นเพื่อโต้แย้งหรือป้องกันสิทธิของตนได้ แต่ยังไม่มีสิทธิดู ต้นร่างคำวินิจฉัย และถ้าเอกสารใดเป็นความลับ เจ้าหน้าที่อาจไม่อนุญาตให้ดูได้
ส่วนที่ 4 รูปแบบและผลของคำสั่งทางปกครอง
ตารางรูปแบบของคำสั่ง
| รูปแบบ | สิ่งที่ต้องจำ | ตัวเลขสำคัญ |
|---|---|---|
| หนังสือ | ต้องมีวัน เดือน ปี ชื่อ ตำแหน่ง และลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง | ต้องใส่เหตุผลเป็นหลัก |
| วาจา | ทำได้ แต่ถ้าผู้รับร้องขอโดยมีเหตุสมควร เจ้าหน้าที่ต้องยืนยันเป็นหนังสือ | ขอภายใน 7 วัน |
| สื่อความหมายรูปแบบอื่น | ทำได้เช่นกัน ถ้าความหมายชัดพอให้เข้าใจได้ | มีผลเมื่อได้รับแจ้ง |
เหตุผลของคำสั่ง
โดยหลักต้องมีข้อเท็จจริงสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้าง และข้อพิจารณาหรือเหตุผลในการใช้ดุลพินิจ เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น ผลตรงตามคำขอ หรือเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว
ผลของคำสั่ง
คำสั่งมีผลยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้ง และมีผลต่อไปจนกว่าจะถูกเพิกถอนหรือสิ้นผลลงด้วยเงื่อนเวลา หรือเหตุอื่น
จุดละเอียดที่ข้อสอบชอบหลอก
เจ้าหน้าที่ กำหนดเงื่อนไข ในคำสั่งได้เท่าที่จำเป็น และ ข้อบกพร่องบางอย่างแก้ไขเพิ่มเติมภายหลังได้ หากทำให้ครบก่อนสิ้นสุดกระบวนการอุทธรณ์ ส่วนข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็แก้ไขได้เสมอ
ส่วนที่ 5 การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง
Memory Timeline
15 วัน → 30 วัน → ขยายได้อีก 30 วัน
นี่คือตัวเลขทองของส่วนอุทธรณ์ ถ้าจำสามตัวนี้ได้ โอกาสตอบถูกจะสูงมาก
| ขั้น | กติกา |
|---|---|
| ยื่นอุทธรณ์ | ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง หากคำสั่งนั้นไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้ |
| รูปแบบอุทธรณ์ | ต้องทำเป็นหนังสือ ระบุข้อโต้แย้ง พร้อมข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง |
| ผลของการอุทธรณ์ | โดยหลัก ไม่ทุเลาการบังคับ เว้นแต่มีคำสั่งให้ทุเลา |
| ชั้นเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง | ต้องพิจารณาและแจ้งผลโดยไม่ชักช้า แต่ไม่เกิน 30 วัน |
| ชั้นผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ | ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งไม่เห็นด้วย ต้องส่งความเห็นพร้อมเหตุผลไปให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งต้องวินิจฉัยภายใน 30 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน |
ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง
ตารางเปรียบเทียบกติกาการเพิกถอน
| กรณี | หลักที่ต้องจำ |
|---|---|
| คำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย | อาจเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วน จะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าเป็นคำสั่งให้ประโยชน์ ต้องคำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับประโยชน์ |
| คำสั่งให้ประโยชน์ | ถ้าจะเพิกถอน ต้องทำภายใน 90 วัน นับแต่รู้เหตุ เว้นแต่ได้คำสั่งมาโดยเท็จ ปกปิดจริง ข่มขู่ หรือให้ประโยชน์ที่ไม่ชอบ |
| สิทธิค่าทดแทน | ผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนอาจขอค่าทดแทนได้ ถ้ายื่นคำขอภายใน 180 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการเพิกถอน |
| คำสั่งชอบด้วยกฎหมายแต่จะเพิกถอน | เพิกถอนได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ มีการผิดเงื่อนไข ข้อเท็จจริงหรือกฎหมายเปลี่ยน หรือจำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ |
ส่วนที่ 7 การขอให้พิจารณาใหม่
คำถามสำคัญ: เมื่อคำสั่งพ้นกำหนดอุทธรณ์แล้ว ยังกลับมาได้อีกไหม
คำตอบคือได้ แต่ต้องมีเหตุเฉพาะที่กฎหมายยอมรับ
1
มีพยานหลักฐานใหม่
และหลักฐานนั้นอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนในสาระสำคัญ
2
คู่กรณีแท้จริงไม่ได้เข้ามา
หรือถูกตัดโอกาสในการมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นธรรม
3
เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจ
เป็นเหตุร้ายแรงที่ย้อนกลับมาเปิดเรื่องใหม่ได้
4
ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเปลี่ยน
และการเปลี่ยนนั้นเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี
กำหนดยื่นคำขอ: ต้องยื่นภายใน 90 วัน นับแต่รู้เหตุที่อาจขอให้พิจารณาใหม่ได้
แทรกสำคัญ: หมวด 2/1 การบังคับทางปกครอง
หมวด 2/1 คือของใหม่ที่ต้องรู้ในกติกาปัจจุบัน
ให้จำว่าเป็นเรื่องของ การบังคับเมื่อผู้อยู่ในบังคับไม่ทำตามคำสั่ง โดยแบ่งเป็นกรณี ชำระเงิน กับ กระทำ/ละเว้นกระทำ
ตารางบังคับทางปกครองแบบจำเร็ว
| เรื่อง | กติกาที่ต้องจำ | ตัวเลข |
|---|---|---|
| ใช้กับหน่วยงานรัฐด้วยกันหรือไม่ | โดยหลักไม่ใช้ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น | - |
| ผู้ถูกบังคับตายแล้ว | ยังบังคับต่อได้ไปยังทายาทผู้รับมรดกหรือผู้จัดการมรดก | - |
| คำสั่งให้ชำระเงิน | ต้องมีหนังสือเตือนก่อนให้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด | ไม่น้อยกว่า 7 วัน |
| ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน | หน่วยงานต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะยึดเพิ่มไม่ได้ | ภายใน 10 ปี |
| คำสั่งให้กระทำหรือละเว้นกระทำ | บังคับได้ 2 วิธี คือ เจ้าหน้าที่ทำแทนแล้วเรียกค่าใช้จ่ายกับเงินเพิ่มรายวัน หรือปรับบังคับการ | 25% ต่อปี หรือ ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน |
ภาพจำแบบที่ชุดติวมักสรุป
ไม่ใช้กับหน่วยงานรัฐด้วยกัน + บังคับได้แม้ผู้ถูกบังคับตาย + เตือนอย่างน้อย 7 วัน + ยึด/อายัดภายใน 10 ปี + 50,000 บาทต่อวัน หรือ 25% ต่อปี
คีย์เวิร์ดของหมวด 2: อำนาจของเจ้าหน้าที่, สิทธิของคู่กรณี, 7 วัน, 15 วัน, 30 วัน, 90 วัน, 180 วัน, 10 ปี, 50,000 บาท, 25%