การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 5 ข้อ และโครงสร้างเกษตรทฤษฎีใหม่
หลักเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สิ้นสุดเพียงเป็นฐานความคิดในกระดาษ แต่จำเป็นต้องผลักดันเป็นวิถีชีวิตจริงผ่าน "หลักปฏิบัติ 5 ประการ" (5 พอ) การประยุกต์จัดแบ่งพื้นที่ทำกินแบบ "เกษตรทฤษฎีใหม่" ตลอดจนนำมารองรับ "พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ด้าน" ของ ร.10
การปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (หลักปฏิบัติ 5 ประการ)
1. พอมีพอกิน (การพึ่งตนเองพื้นฐาน)
มุ่งส่งเสริมครัวเรือนในการปลูกพืชสวนครัว สมุนไพร เลี้ยงปลา หรือปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น เพื่อเป็นอาหารบริโภคลดรายจ่าย แบ่งปันเอื้อเฟื้อเพื่อนบ้านในระแวกขอบเขตใกล้ชิด เหลือความต้องการจริงจึงนำไปขายเพื่อมีรายได้เสริม
2. พออยู่พอใช้ (สุขอนามัยและประหยัด)
จัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่ ปราศจากมลพิษ กลิ่นเหม็น หรือขยะสารเคมี ยึดแนวทางเกื้อกูลธรรมชาติ ดูแลทรัพยากรประหยัดน้ำและประหยัดกระแสไฟฟ้า ปิดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ก้าวล้ำเมื่อเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อความประหยัด
3. พออกแบบพอกระทำใจ (การลดละความโลภ)
ความเพียรพยายามมีสติ รู้จักประมาณตน ไม่มุ่งอยากมีพรั่งพร้อมตามกระแสวัตถุนิยมล้ำสมัยจนก่อความทุกข์ใจ พึงพอใจในสิ่งที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและความสุจริต
4. การแบ่งสรรงบประมาณการเงินเมื่อมีรายได้
เมื่อมีกระแสเงินสดเข้ามาในครัวเรือน ควรมีสติวางแผนจัดสรรแบ่งเงินงบออกเป็น 3 ส่วนหลัก:
- ส่วนที่ 1: สำหรับชำระสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ รายจ่ายจิปาถะในบ้าน
- ส่วนที่ 2: สำหรับจัดหา ซื้อเสื้อผ้า ของกิน หรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหายเชิงความจำเป็น
- ส่วนที่ 3: สำหรับเก็บออมอุ่นใจเป็นเงินทุนประกันความเสี่ยงยามเกษียณหรือเหตุฉุกเฉิน
5. การยึดมั่นความประหยัดและความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ
ตัดทอนรายจ่ายฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ละเลิกกระบวนการแก่งแย่งแข่งขันชิงผลประโยชน์ ประกอบอาชีพโดยตั้งอยู่บนกฎระเบียบ ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกงเอาเปรียบผู้บริโภค เน้นการสร้างรากฐาน "ทำมาหากินสุจริต ก่อนทำมาค้าขาย" โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นทุนทางปัญญา
โครงสร้างเกษตรทฤษฎีใหม่ 3 ขั้นตอน
การเกษตรทฤษฎีใหม่จัดเป็นผลงานต้นแบบที่เป็นรูปธรรมสูงสุดของการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับเกษตรกรรม โดยแบ่งสรรที่ดินออกเป็น 4 ส่วน (สูตรสัดส่วนทอง 30 : 30 : 30 : 10) ดังนี้:
ใช้กักเก็บน้ำฝนในฤดูน้ำหลากไว้ดื่มใช้ในฤดูร้อน และใช้เลี้ยงปลารวมถึงพืชน้ำช่วยยกระดับสารอาหารในครัวเรือน
ปลูกข้าวใช้เป็นอาหารบริโภคหลักของคนในบ้านตลอดปีโดยไม่ต้องพึ่งพาโรงสีข้าว เพื่อประหยัดต้นทุนชีวิตประจำวัน
ปลูกไม้ผล พืชผักยืนต้น พืชไร่ สมุนไพรทดแทนเพื่อสร้างเสถียรภาพอาหารและความหลากทางชีวภาพ เหลือจึงส่งจำหน่าย
จัดแบ่งเป็นบ้านพัก โรงเรือน เลี้ยงไก่ไข่ ถนนหนทาง สวนครัวประดับ และระบบจัดการขยะภายในที่ดิน
พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ด้าน (ในรัชกาลที่ 10)
| ด้าน | สาระสำคัญ / คำคมที่ต้องจดจำเชิงยุทธศาสตร์ |
|---|---|
| 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง | ความรู้ความเข้าใจจริงใจต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูและเอื้ออาทรช่วยเหลือเกื้อกูลครอบครัวและชุมชน |
| 2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม | ความฉลาดรู้ในการแยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี ปฏิเสธการทุจริต ยืนหยัดสร้างและส่งเสริมแต่คนดีงามให้เจริญก้าวหน้าในแผ่นดิน |
| 3. มีงานทำ - มีอาชีพ | "ต้องสอนให้เด็กรักงาน สู้งาน ขยันทำงานจนสำเร็จ" จัดหากระบวนการวิชาชีพที่มั่นคงเพื่อประคองชีวิตพึ่งตนเองและอุปการะครอบครัว |
| 4. เป็นพลเมืองดี | "เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ" มีจิตสาธารณะ เมตตากรุณา ทำงานอาสาสมัครด้วยความร่าเริงจริงใจเพื่อความสงบสุขของประชาชน |