บทเฉพาะกาลคือรอยต่อจากระบบเดิมไปสู่ระบบใหม่ ต้องอ่านเป็น “การโอนอำนาจ หน่วยงาน คน ทรัพย์สิน และงบประมาณ”
พระราชบัญญัตินี้ไม่ได้แค่ตั้งโครงสร้างใหม่ แต่ย้ายอำนาจหน้าที่จากหน่วยงานเดิมหลายหน่วยเข้าสู่สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัด สกศ. สพฐ. สอศ. และโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบใหม่เดินต่อได้
ภาพรวมการโอนตามบทเฉพาะกาล
| กลุ่มมาตรา | สาระสำคัญ |
|---|---|
| 57-58 | โอนงานของสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีเดิมไปเป็นสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ |
| 59-60 | โอนงาน ทรัพย์สิน หนี้ อัตรากำลัง ข้าราชการ ลูกจ้าง และงบประมาณของหน่วยงานเดิมบางส่วนไปยังสำนักงานปลัดกระทรวง |
| 61-62 | โอนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติไปเป็นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา |
| 63-64 | โอนอำนาจหน้าที่และทรัพย์สินของหน่วยงานด้านประถมศึกษา สามัญศึกษา วิชาการ และศึกษาธิการจังหวัด/อำเภอ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| 67-68 | โอนงานด้านอาชีวศึกษาไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา |
จุดอัปเดตที่ต้องจำ
2553 แยกเขตพื้นที่
แยกเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารและจัดการศึกษา
2559 กศจ.
มีการปรับอำนาจบางส่วนในภูมิภาค โดยบทบัญญัติที่อ้างถึงคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาในบางเรื่องให้พิจารณาเทียบกับ กศจ. เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง
2562 อว.
ปรับโครงสร้างด้านอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการตามการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ทำไมบทเฉพาะกาลสำคัญ
เพราะกฎหมายนี้เป็นกฎหมาย “เปลี่ยนระบบ”
เมื่อยุบหรือปรับหน่วยงานเดิม ต้องมีคำตอบว่าอำนาจหน้าที่เดิมไปอยู่ที่ใคร ทรัพย์สิน หนี้ งบประมาณ และบุคลากรถูกโอนไปที่ใด และระหว่างรอระบบใหม่ครบถ้วน ใครทำหน้าที่แทนได้บ้าง