สงเคราะห์เด็กคือการช่วยเด็กที่อยู่ในภาวะขาดการดูแล เหนื่อยเกินวัย หรือครอบครัวไม่พร้อมเลี้ยงดู
หมวด 3 จึงเริ่มจากการระบุว่าเด็กแบบใดพึงได้รับการสงเคราะห์ แล้วกำหนดวิธีช่วยเหลือตั้งแต่ช่วยครอบครัวเดิม มอบให้บุคคลเหมาะสม ส่งครอบครัวอุปถัมภ์ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ ไปจนถึงการศึกษา ฝึกอาชีพ หรือฟื้นฟู
เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ 8 ประเภท
| ประเภท | รายละเอียด |
|---|---|
| 1. เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า | ไม่มีหรือขาดการดูแลจากครอบครัวตามนิยาม |
| 2. เด็กถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง | ถูกทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง |
| 3. ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดู | เช่น ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ยากจน เป็นผู้เยาว์ หย่า ถูกทิ้งร้าง หรือมีปัญหาทางจิต/ประสาท |
| 4. ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรืออาชีพไม่เหมาะสม | อาจกระทบพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กในความดูแล |
| 5. เด็กถูกเลี้ยงดูโดยมิชอบหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือ | รวมถึงถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ถูกทารุณกรรม หรืออยู่ในภาวะที่อาจทำให้เสื่อมเสียทางศีลธรรมหรือเกิดอันตราย |
| 6. เด็กพิการ | เด็กที่มีความบกพร่องตามนิยาม |
| 7. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก | เด็กที่ยากลำบากจากสภาพครอบครัว ภาระเกินวัย หรือช่วยตนเองไม่ได้ |
| 8. เด็กตามที่กำหนดในกฎกระทรวง | กรณีอื่นที่กฎหมายลำดับรองกำหนดว่าต้องได้รับการสงเคราะห์ |
วิธีการสงเคราะห์เด็ก
ช่วยครอบครัวเดิมก่อน
ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์แก่เด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดู เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ตามหน้าที่
มอบให้บุคคลเหมาะสม
ถ้าช่วยครอบครัวเดิมไม่ได้ อาจมอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้ชั่วคราว แต่ไม่เกิน 1 เดือน
บุตรบุญธรรม ครอบครัวอุปถัมภ์ หรือสถานรองรับ
อาจดำเนินการให้เด็กเป็นบุตรบุญธรรม ส่งเข้าครอบครัวอุปถัมภ์ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ หรือสถานสงเคราะห์ตามความเหมาะสม
ศึกษา ฝึกอาชีพ หรือฟื้นฟู
อาจส่งเด็กเข้าศึกษา ฝึกหัดอาชีพ บำบัดฟื้นฟู หรือกล่อมเกลาจิตใจด้วยหลักศาสนาในสถานที่ที่ยินยอมรับเด็กไว้
ความยินยอมและอำนาจสั่ง
โดยหลักต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
การส่งเด็กเข้าสู่ครอบครัวอุปถัมภ์ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือมาตรการทำนองเดียวกัน ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยทำเป็นหนังสือ หรือยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน
ถ้าผู้ปกครองไม่ยินยอมโดยไม่มีเหตุอันควร
ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจสั่งให้เด็กเข้ารับการสงเคราะห์ได้ โดยต้องฟังรายงานและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมสงเคราะห์และการแพทย์ก่อน
ระยะเวลาสงเคราะห์หลังอายุ 18 ปี
อายุ 18 ปี
โดยหลักพ้นช่วงเด็กตามนิยาม แต่หากยังมีความจำเป็นอาจสงเคราะห์ต่อได้
ต่อได้ถึง 20 ปี
ถ้ายังจำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งให้สงเคราะห์ต่อถึงอายุ 20 ปีบริบูรณ์
สูงสุด 24 ปี
ถ้ามีเหตุจำเป็นต่อไปอีก และบุคคลนั้นไม่คัดค้าน อาจสงเคราะห์ต่อได้ตามจำเป็น แต่ไม่เกินอายุ 24 ปีบริบูรณ์
สูตรจำเด็กสงเคราะห์ 8 ประเภท: เร่ร่อน - ทอดทิ้ง - ไม่อุปการะ - ไม่เหมาะสม - มิชอบ - พิการ - ยากลำบาก - กฎกระทรวง