การจำประเภทของการวิจัยให้ดี ต้องจำตาม “เกณฑ์ที่ใช้แบ่ง” ไม่ใช่จำชื่อวิจัยแบบกระจัดกระจาย
บทนี้จัดให้เห็นเป็นตาราง เพื่อแยกว่าแบ่งตามระเบียบวิธี แบ่งตามลักษณะข้อมูล แบ่งตามจุดมุ่งหมาย แบ่งตามระเบียบวิธีทั่วไป และแบ่งตามศาสตร์หรือสาขาวิชา
1. แบ่งตามระเบียบวิจัย
วิจัยเชิงประวัติศาสตร์
วิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีตเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยใช้วิธีการที่เป็นระบบ เช่น การตรวจหลักฐาน เอกสาร หรือร่องรอยทางประวัติศาสตร์
วิจัยเชิงทดลอง
ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรภายใต้เงื่อนไขที่ควบคุมอย่างรัดกุม เพื่อดูว่าสิ่งที่จัดขึ้นเป็นสาเหตุของผลที่เกิดหรือไม่
วิจัยเชิงบรรยายหรือพรรณนา
ค้นหาข้อเท็จจริงของสภาพการณ์ในปัจจุบัน อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น โดยทั่วไปไม่ควบคุมตัวแปร
2. แบ่งตามลักษณะของข้อมูล
| ประเภท | ลักษณะเด่น | วิธีเก็บข้อมูลที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| เชิงปริมาณ | เน้นข้อมูลตัวเลขและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ | แบบสอบถาม การสังเกต การทดลอง แบบทดสอบ |
| เชิงคุณภาพ | เน้นอธิบายปรากฏการณ์ สังคม ความสัมพันธ์ และบริบท | การสังเกต การสัมภาษณ์ การบันทึกภาคสนาม |
3. แบ่งตามจุดมุ่งหมายของการวิจัย
วิจัยบริสุทธิ์หรือวิจัยพื้นฐาน
ตอบสนองความอยากรู้ แสวงหาความรู้พื้นฐาน หรือทำความเข้าใจปรากฏการณ์โดยยังไม่เน้นนำไปใช้ทันที
วิจัยประยุกต์
นำความรู้ไปใช้ปรับปรุงสภาพสังคม ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ การเมือง หรือการศึกษา
วิจัยเชิงปฏิบัติการหรือวิจัยเฉพาะกิจ
พัฒนาทักษะ วิธีการ หรือนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการทำงานโดยตรง ตัวอย่างสำคัญคือการวิจัยในชั้นเรียน
การวิจัยสถาบัน
ใช้ปรับปรุงงานด้านบริหารของหน่วยงานหรือสถาบัน เช่น ระบบงาน นโยบาย หรือบริการภายในองค์กร
4. แบ่งตามระเบียบวิธีวิจัยทั่วไป
การวิจัยเชิงทดลอง
การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์
การวิจัยเชิงย้อนรอย
การวิจัยเชิงสำรวจ
การวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณะ
การวิจัยเชิงประเมินผล
5. แบ่งตามศาสตร์หรือสาขาวิชา
สังคมศาสตร์
สังคม การเมือง การปกครอง การศึกษา เศรษฐกิจ
มนุษยศาสตร์
คุณค่าของมนุษย์ ภาษา ดนตรี ศาสนา โบราณคดี ปรัชญา
วิทยาศาสตร์
ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ วิศวกรรม แพทย์ พยาบาล เทคนิคการแพทย์ เภสัชศาสตร์
จุดที่ออกสับสนบ่อย: วิจัยในชั้นเรียน ให้จำว่าอยู่ในกลุ่ม วิจัยเชิงปฏิบัติการหรือวิจัยเฉพาะกิจ เพราะมุ่งแก้ปัญหางานจริงโดยตรง